คุณสมบัติกล้องวงจรปิดที่ดี

คุณสมบัติกล้องวงจรปิดที่ดี

กล้องวงจรปิด ที่ดีควรมีคุณสมบัติ คือ

1.ให้ความคมชัดสูง ทั้งจับภาพนิ่งและจับภาพที่มีการเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูง

2.สามารถใช้งานได้ทุกสภาพแสง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญ เพราะการที่เราใช้งานกล้อง ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง แน่นอนว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลงของระดับแสงสว่างเกิดขึ้น กล้องที่ดีควรต้องใช้งานได้ดีในทุกสภาวะแสง เช่น เวลาเช้า – เย็น ควรจะได้ภาพที่คมชัด ไม่ใช่ได้ภาพที่ มืด หรือ สว่างจนเกินไป และในเวลากลางคืนก็ควรได้ภาพที่คมชัด ไม่มีอาการเบลอ

กล้องวงจรปิด

คุณสมบัติที่สำคัญของกล้อง แบ่งออกเป็น 2 อย่าง คือ

1.คุณสมบัติหลัก ได้แก่ เรื่องคุณภาพในสภาวะต่างๆ

2.คุณสมบัติรอง ได้แก่ เรื่องลูกเล่นต่างๆ

ความละเอียดของสัญญาณภาพ

ในทางเทคนิค คือ Image Resolution เรียกสั้นๆ ว่า Resolution เป็นกล้อง Analog จะบอกเป็น Horizontal TV Line อาทิ 500 TVL , 600 TVL , 700 TVL ยิ่งมีค่ามาก ยิ่งมีความละเอียดมาก ซึ่งเป็นผลดีต่อภาพที่ได้

ความละเอียดนอกจากจะบอกเป็น TV Line แล้ว ยังบอกเป็น Pixel หรือที่รู้จักกันว่าเป็น จุดของภาพ ยิ่งมีมาก หมายความว่า ภาพที่ได้จะยิ่งละเอียดมาก อาทิ 1024×768 Pixel ระดับความละเอียดของภาพที่ใช้อ้างอิงนั้นหลายระดับ

ระดับความละเอียดที่บอกเป็นจุดภาพ หรือ Pixel มีอยู่อีกมากมาย อาทิ /720i , 1080i , 720p , 1080p ซึ่งการบอกรายละเอียดของกล้องความคมชัด (Mega Pixels , Hi-Definition Camera)  ส่วนในกล้อง Analog มักให้ความละเอียดสูงที่ระดับ 4CIF หรือก็คือ 704×576 ซึ่งเราสามารถเลือกระดับความละเอียดในการบันทึกได้จาก Digital Video Recorder เพราะฉะนั้น ความคมชัดจากภาพบันทึกจึงขึ้นอยู่กับสัญญาณจากกล้อง รวมทั้ง  Digital Video Recorder

LUX หน่วยที่ใช้วัดปริมาณแสง

LUX คือ หน่วยที่ใช้วัดปริมาณแสง ( อาทิ  0.005 / 1 / 2 / 4 / 5 Lux ) โดยใน spec ของกล้อง จะระบุปริมาณแสงที่เหมาะสมกับการใช้งานเพื่อที่จะได้ภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

F-STOP เป็นคุณสมบัติตัวเลนส์ เทียบได้กับความหนาของเลนส์ ( มี F1.2 / F1.4 / F2.0 ) ถ้า F-stop น้อย แสงจึงผ่านได้ดี ( เลนส์ F1.2 เป็นเลนส์กระจก ใช้งานดี ผลิตที่ญี่ปุ่น ส่วนเลนส์ F2.0 เป็นเลนส์พลาสติก ผลิตที่เกาหลี ) ส่วนใหญ่ เลนส์ Manual Iris และเลนส์ Auto Iris จะเป็นเลนส์ดี ประเภท F1.2 กับ F1.4

ตัวอย่าง 0.5 Lux @ F1.2 หมายถึง กล้องต้องใช้ปริมาณแสง 0.5 Lux (หรือมากกว่านั้น) เมื่อใช้กับเลนส์ F1.2 เพื่อให้ได้ภาพที่ชัดเจน แน่นอนว่า หากใช้เลนส์ F2.0 ก็จะต้องการปริมาณแสงเพิ่มขึ้น ซึ่งจะต้องการแสง 2 Lux หรือ 4 Lux เลยก็ได้

ชนิด และ ขนาดอุปกรณ์รับภาพ

อุปกรณ์รับภาพของกล้องมีชื่อเรียกทางเทคนิคว่า Chip ทุกวันนี้ ที่นิยมใช้กันมี 2 อย่าง คือ

Complementary Metal Oxide Semiconductor

CCD หรือ Charge Couple Device  เป็นอุปกรณ์รับภาพที่ใช้กันมากในทุกวันนี้

ความสำคัญของขนาดเลนส์ และ ขนาดของอุปกรณ์รับภาพ

นอกจากต้องคำนึงถึงประเภทของอุปกรณ์ รับภาพ (โดยในที่นี้ใช้อุปกรณ์รับภาพก็คือ CCD) แล้ว ขนาดของอุปกรณ์รับภาพ และ ขนาดของเลนส์ ก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน เพราะหากเลือกใช้ไม่ถูกต้อง ภาพที่ได้จะผิดเพี้ยน ทั้งนี้ ขนาดของ CCD ที่ใช้กันเป็นแบบมาตรฐานและพบบ่อยคือ 1/4″ , 1/3” , 1/2” , 1” ดังนั้น เราควรเลือกเลนส์ที่เป็นแบบเดียวกัน อาทิ กล้อง 1/3  ก็ควรใช้เลนส์ 1/3  เป็นต้น ขนาดของ CHIP ยิ่งใหญ่ยิ่งดี เพราะมีพื้นที่ในการรับแสงมาก จะได้ภาพที่คมชัด ซึ่งจะมีราคาแพง โดยนาดของ CHIP แบ่งเป็น

  • 1/2” ไม่ขาย เพราะแพง, แม้ว่าขนาดของ chip จะใหญ่
  • 1/3” ใช้ชิป 1/3” แต่มุมภาพกว้างกว่าชิป 1/4”
  • 1/4” กล้องสีทั่วไป ส่วนใหญ่คือชิป 1/4”

เทคนิคการดูสี CHIP

CCD และ CMOS

ทั้ง 2 อย่าง คือเทคโนโลยีที่ใช้ในการสร้างอุปกรณ์รับภาพในกล้อง มีข้อแตกต่าง คือ CCD จะรับ แสงเข้าและค่อยๆส่งออก แตกต่างจาก CMOS ที่จะรับและส่งได้ในทันที

หลักการทำงานของ CCD จะรับแสงด้วยอุปกรณ์รับแสง และแปลงเป็นประจุ (Photon) และ จะ สะสมไว้ช่วงเวลาหนึ่ง และจะส่งต่อ โดยก่อนส่งจะมีการล้างประจุที่สะสมภายในออกก่อน จึงชื่อว่า Charge Couple และจะต้องผ่านตัวเลื่อนในแนวตั้ง Vertical Shift Register  รวมทั้ง แนวนอน Horizontal Shift Register  เพื่อส่งออกไปที่  Output Node

CMOS จะไม่ใช่การสะสมประจุ แต่เมื่อรับแสงแล้ว จะแปลงเป็นสัญญาณและส่งออกในทันที ดังนั้น Output Node ของ CMOS จึงมีหลายทางกว่า หมายถึง ประมวลผลได้เร็วกว่า แต่เรื่องความไวต่อแสจะเป็นรอง CCD  แต่ก็ประหยัดพลังงานกว่า แต่เนื่องจากข้อจำกัดของเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตเมื่อ 30 ปีที่แล้วจึงทำให้ส่วนใหญ่หันมาใช้ CCD กันมากกว่า

ประเภทของ CCD

Interline Transfer CCD

จะใช้การจัดเรียงอุปกรณ์ที่ไวต่อการตกกระทบของแสง ซึ่งจะจัดเรียงเป็นแถว แต่ละแถวก็คือ เส้นของภาพ (Fields) และข้างๆ ก็คืออุปกรณ์รับแสงจะมี Vertical Shift Register ที่มีการใช้ Interline Mask ไม่ให้แสงตกกระทบ และVertical Shift Register นี้มีหน้าที่ เพื่อส่งออกประจุที่แปลงมาจากอุปกรณ์รับแสง โดยจะส่งในแกน Y และเป้าหมายของการส่งคือ Horizontal Shift Register ซึ่งเป็นตัวรวบรวมประจุทั้งหมดและส่งออกไปที่ Output Node

1.Interlace CCD  คือ อุปกรณ์จะทำงานทีละชุด โดยแบ่งเป็น ชุดเลขคี่ และเลขคู่ ตามหลักการ สแกนภาพแบบ Interlace Scan

2.Interline Transfer CCD ส่วนที่เป็น Progressive CCD ก็มีอยู่บ้าง แต่มีข้อเสียของ CCD ประเภทนี้ คือ เนื่องจากบริเวณด้านข้างของอุปกรณ์รับแสงมีพื้นที่ไม่ไวแสง จึงได้มีวิธีการหักแสงโดยการนำอุปกรณ์พิเศษมาคลุมไว เพื่อไม่ให้แสงหักเหไปตกที่อุปกรณ์รับแสง แต่เมื่อมีการหักเหจะทำให้แสงที่ตกกระทบเกิดความเข้มมากน้อยก็ต่างกัน ภาพที่ได้ออกมาจึงมีโอกาสผิดเพี้ยนอยู่บ้างเล็กน้อย รวมไปถึงการใช้งานพื้นที่ ที่มีพื้นที่สูญเสียไปพอสมควร (Fill Factor จะไม่เท่ากับ 100%) จึงทำให้ Pixel ต่อภาพลดลง ซึ่งส่งผลเรื่องความละเอียดของภาพ ดังนั้น ในกล่อง Mega Pixel หรือกล้องความละเอียดสูงในยุคหลังจึงไม่ใช้ CCD ประเภทนี้

แต่ก็มีข้อดีก็คือ มีความเร็วในการประมวลผลค่อนข่างสูงเมื่อเทียบกับ CCD แบบอื่นจึงทำให้เหมาะกับการใช้งานที่ต้องการความเร็วในการประมวลผลที่สูงๆ

Frame Transfer เป็น CCD

ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเรื่องแสงตกกระทบบนพื้นที่ไม่ไวแสง วิธีการคือจะไม่ใช้ Vertical Shift Register อยู่ด้านข้างอุปกรณ์รับแสง มีพื้นที่สำหรับเก็บประจุ (Storage Area) ทำให้ทุกพื้นที่เป็นพื้นที่รับแสง (FillFactor = 100%) วิธีการนี้ช่วยลดผลของการตกกระทบของแสงลงบน Vertical Shift Register  และยังเพิ่ม Pixels จีงทำให้มีความละเอียดมากขึ้น โดยโครงสร้าง Frame Transfer CCD  เป็นแบบ Progressive CCD แต่มีข้อเสียคือ ทำงานจะช้ากว่า แบบ Interline และมีราคาสูง นั่นเพราะต้องเสียพื้นที่ไปเพื่อการทำ

คล้ายๆกับ Frame Transfer CCD แต่ไม่มี Storage Area สำหรับการเก็บประจุ แต่ Fill Factor = 100% เช่นกัน การทำงานช้ากว่าแบบ Frame Transfer เพราะต้องรอเวลาเพื่อให้ล้างประจุออกไปหมดก่อนจึงเริ่มทำงานรอบใหม่ เพราะไม่มี Storage Area และเพราะไม่มี Storage Area จึงทำให้ราคาถูกลงมาก

ท่องเที่ยว ณ วังเหนือ สวีตตี้

ท่องเที่ยว ณ วังเหนือ สวีตตี้

%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7-%e0%b8%93-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%aa%e0%b8%a7

วังเหนือ สวิทตี้  เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเอกชนแห่งใหม่ของอำเภอวังเหนือ จังหวัด ลำปาง ที่ต้อง สวีท ก็เพราะเปิดตัวในวันวาเลนไทน์พอดี  ที่นี่เป็นฟาร์มเลี้ยงสัตว์เลี้ยงน่ารักๆ  เป็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้สำหรับบุคคลทั่วไป  โดยเลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อการศึกษาหาความรู้ในชื่อว่า  ออกัสฟาร์ม   ภายในฟาร์มประกอบด้วยสัตว์นานาชนิดได้แก่ แกะพันธุ์เมอริโน่  กวางซิก้า  กวางลูซ่า  หมูป่า  นกยูง  ไก่งวง  ไก่ฟ้า  และกระต่ายอีกนับร้อยตัว เหมาะแก่โรงเรียนหรือผู้ปกครองหลายๆท่านที่อยากให้บุตรหลานมาสัมผัสกับธรรมชาติกันอย่างทั่วถึง และยังมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำกันอย่าใกล้ชิด ดังนั้น จึงไม่ต้องกลัวเลย ทุกพื้นที่มีความปลอดภัยและเหมาะกับการเรียนรู้ธรรมชาติและสัตว์นานาพันธุ์ที่ได้มีไว้ให้ศึกษา นอกจากบรรดาสัตว์น่ารักๆแล้ว  ในวังเหนือ สวิทตี้ยังรู้ใจคนรุ่นใหม่ด้วยการสร้างพร็อพเป็นมุมถ่ายรูปสวยๆหลากหลายมุม ซึ่งเหมาะกับหลายๆคนที่ชอบเซลฟี่อย่างมาก ภายในฟาร์มร่มรื่นด้วยทิวสนที่รายล้อมอยู่รอบสระน้ำที่เต็มไปด้วยปลาคราฟตัวตัวโตๆ ทั้งสีทอง สีส้ม สีขาหรือแม้กระทั่งสีดำ เพิ่มจุดเด่นด้วยต้นนางพญาเสือโคร่งที่พร้อมจะอวดโฉมตรูดอกสีชมพูราวเดือนมกราคม  ทางวังเหนือ สวิทตี้  มีสเต็ก  กาแฟสด  และอาหารตามสั่งบริการ รับรองว่าหากใครกำลังหิวก็มีของมากมายให้ได้ลิ้มรสกันอย่างแน่นอน

หากใครก็ตามที่อยากจะสัมผัสวิถีชีวิตแบบสบายๆ ชิวๆ ทันสมัยแล้วละก็ เราแนะนำให้มาที่นี้เลยคะ รับรองเลยว่าคุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องขอความกรุณาทุกท่านช่วยรักษาสภาพแวดล้อม ณ วังเหนือ สวีทตี๊ กันด้วย อะไรที่เป็นข้อห้าม กฎระเบียบที่ต้องปฏิบัติตามก็อย่าไปละเมิด เพราะนั้นเท่ากับว่าคุณกำลังไม่ให้เกียรติสถานที่  ยังไงก็ช่วยๆกันอนุรักษ์และรักษาสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนั้นๆ เพราะจะได้อยู่ให้เราได้ไปเที่ยวเมื่อเหนื่อยล้าและพักผ่อนให้หายชื่นใจกันไปได้อีกนานๆเลย

หันมาเที่ยวไทย จับจ่ายใช้สอย รับรองว่าในประเทศไทยยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากที่คุณยังไม่ได้ไปสัมผัส รับรองเลยว่าสวยงามตระการตาไม่แพ้ต่างประเทศแน่นอน อีกทั้งยังได้ช่วยกันอุดหนุนสินค้าของคนไทยที่ราคาก็ไม่ค่อยแพงมากเท่าต่างชาติอีกด้วย เป็นกำลังทรัพย์ที่สามารถจับจ่ายใช้สอยได้ และเมื่อไปแล้วก็อย่าลืมถ่ายรูปกลับมาอวดคนรอบข้างกันด้วยนะคะ

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไป

353 ถนนวังเหนือ – แม่ขะจาน (ใกล้โรงเรียนวังเหนือวิทยา  )  ตำบลวังเหนือ อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง  52140

โทร 0892642730 , 0812890535

เวลาเปิด – ปิด 10.00 – 18-00 น.

ค่าธรรมเนียม 40 บาท  ภายในฟาร์ม  ให้อาหารและถ่ายรูปสัตว์

เที่ยวชม ณ ดอยภูคำ

เที่ยวชม ณ ดอยภูคำ

%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%a1-%e0%b8%93-%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%84%e0%b8%b3

การมาเยือนดอยภูคาของนักท่องเที่ยวโดยส่วนมากคงไม่ถึงกับเดินพิชิตยอดดอยภูคา  ที่มีความสูงถึง 1837 เมตรจากระดับน้ำทะเล   การเดินเท้า 8 ชั่วโมง   แม้จะมีบริการลูกหาบก็ยังดูเป็นการเดินทางที่ทรหดและใช้เวลามากเกินไปอยู่ดี   หากแต่การมาเยือนที่นี่ในช่วงเวลาที่เหมาะสมก็ถือว่าคุ้มค่าและเพียงพอ

ดอยภูคา   มีศูนย์รวมข้อมูลท่องเที่ยวพร้อมที่พักอยู่ที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา   เป็นอุทยานแห่งชาติที่ได้รับความนิยมสูงสุดในจังหวัดน่าน   บนป่าภูพานแห่งนี้มีพันธุ์ไม้ที่มีชื่อเสียงชนิดหนึ่งชื่อว่าชมพูภูคาเป็นพรรณไม้ประจำถิ่นที่ค้นพบเฉพาะในประเทศไทย   หลงเหลืออยู่ในโลกเพียงแค่แห่งเดียวเท่านั้น   ต้นชมพูภูคาจะออกดอกเป็นสีชมพูประมาณเดือนกุมภาพันธ์  พร้อมๆกับดอกเสี้ยวขาวที่บานสะพรั่งในเดือนเดียวกัน   นอกสถานชมพูภูคาแล้ว  ยังมีพันธุ์ไม้เฉพาะถิ่นอีกเช่นกัน  ลักษณะเหมือนใบเมเปิ้ลที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง  ที่นั้นใบจะมี 3 แฉก แต่ก่วมพูคามี 5 แฉก  เรียกอย่างเข้าใจว่า  เมเปิ้ลห้าแฉก   ที่นี่ยังได้ขึ้นชื่ออีกว่าเป็นป่าดึกดำบรรพ์อีกด้วย   เนื่องจากพบว่ามีต้นเต่าร้างยักษ์เป็นป่าไม้หายากและใกล้จะสูญพันธุ์   ชาวน่านยังเชื่อกันว่าเทือกเขาดอยภูคาเป็นเมืองเก่าของบรรพบุรุษของคนเมืองน่าน  มีศาลเจ้าพ่อภูคา   นั่งริมถนน สายปัว บ่อเกลือ  อันเป็นที่เคารพสักการะของชาวจังหวัดน่าน  หลักท่องเที่ยวที่สัญจรผ่านไปมามากราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล

ดังนั้นแล้ว หากใครที่อยากจะสัมผัสวิถีชีวิตธรรมชาติ เราแนะนำให้มาที่นี้เลย รับรองเลยว่าคุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องขอความกรุณาทุกท่านช่วยรักษาสภาพแวดล้อม อะไรที่เป็นข้อห้าม กฎระเบียบที่ต้องปฏิบัติตามก็อย่าไปละเมิด เพราะนั้นเท่ากับว่าคุณกำลังไม่ให้เกียรติสถานที่  ยังไงก็ช่วยๆกันอนุรักษ์และรักษาสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนั้นๆ เพราะจะได้อยู่ให้เราได้ไปเที่ยวเมื่อเหนื่อยล้าและพักผ่อนให้หายชื่นใจกันไปได้อีกนานๆเลย

หันมาเที่ยวไทย จับจ่ายใช้สอย รับรองว่าในประเทศไทยยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากที่คุณยังไม่ได้ไปสัมผัส รับรองเลยว่าสวยงามตระการตาไม่แพ้ต่างประเทศแน่นอน ราคาก็ไม่ค่อยแพงมาก และที่สำคัญเมื่อไปแล้วก็อย่าลืมถ่ายรูปกลับมาอวดคนรอบข้างกันด้วยนะคะ

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติดอยภูคา  ตำบลภูคา  อำเภอ ปัว  จังหวัดน่าน

โทร 054731362

1980 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง  เหมาะที่สุดต้องเป็นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึง มีนาคม เป็นช่วงที่ดอกไม่เบ่งบานมากที่สุด

ขอขอบคุณ เที่ยวเหนือ North of Thailand

อร่อยเชียงใหม่ไปด้วย รถเช่าเชียงใหม่

อร่อยเชียงใหม่ไปด้วย รถเช่าเชียงใหม่

เดินทางมาเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ท่องเที่ยวกันจนเหน็ดเหนื่อยแล้วก็หาอะไรอร่อยๆกินกัน อาหารพื้นเมืองรสชาติจัดจ้านก็น่าสนใจ แต่นอกจากอาหารพื้นเมืองแล้ว อาหารที่เป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเชียงใหม่มักจะมองหาร้านที่อร่อยถูกใจไปทานกันก็คือ ข้าวซอย หลังจากใช้บริการ รถเช่าเชียงใหม่ แล้วก็หาข้อมูลร้านข้าวซอยรสชาติเด็ดๆกันดีกว่า ข้าวซอยรสเด็ดแห่งเชียงใหม่ทางทีมงานรถเช่าเชียงใหม่ขอแนะนำ 2 ร้าน 2 สไตล์ แต่จัดได้ว่าขั้นเทพทั้ง 2 ร้านทีเดียว

รถเช่าเชียงใหม่

ร้านแรกอยู่ใกล้ๆตลาดหนองหอย ชื่อร้าน ข้าวซอยใจแก้ว ถ้าเดินทางด้วยรถเช่าเชียงใหม่ก็ตั้งต้นกันที่สถานีขนส่งอาเขต หรือเซ็นทรัลเฟซติวัล นั่นเอง มุ่งหน้าไปทางถนนสายเชียงใหม่ลำปางหันหน้าไปทางลำปางครับเลาะไปทางเลนซ้ายครับผ่านบิ๊กซีดอนจั่นก็เลี้ยวซ้าย วนขวาข้ามโทลเวย์ไปอีกฝั่งหนึ่ง ผ่านโรงเรียนวารีเชียงใหม่ไป ออกเลนซ้ายแล้วเบี่ยงออกกลางลอดใต้สะพานเพื่อเลี้ยวขวาไปทางตลาดหนองหอย เข้าซอยข้างเซเว่น เมนูเด็ดคือข้าวซอยผัดแห้ง ที่ทางร้านคิดสูตรขึ้นมาเอง พัฒนามาจากข้าวซอยน้ำขลุกขลิกเมื่อมันเข้มข้นไม่พอก็ทำผัดแห้งไปเสียเลย ผลก็คือกลายเป็นพระเอกของร้านไป ด้วยความเข้มข้นของเครื่องเทศข้าวซอยที่เข้าเส้นมันเข้มข้นโดยไม่ต้องปรุงเลย มันทำให้การกินข้าวซอยสะดวกขึ้นคือมันไม่ร้อนไง เลยกินได้เยอะขึ้นอีกเพราะทานง่ายขึ้น ถ้ายังไม่อิ่มก็สามารถสั่งเมนูอื่นมาชิมกันต่อก็ได้รสชาติดีไม่แพ้กัน อย่างหมูผัดน้ำพริกหนุ่มราดข้าว ก็เป็นการประยุกต์อาหารไทยกับน้ำพริกหนุ่มซึ่งเป็นอาหารเหนือ ทำให้ได้รสชาติแปลกใหม่อร่อยยิ่งนัก

ร้านที่สองไปกับรถเช่าเชียงใหม่กันที่รอบนอกบ้าง ด้วย รถเช่าเชียงใหม่ เราไปตั้งต้นที่เดิมครับแต่มุ่งหน้าไปทางถนนไปเชียงรายผ่านเซ็นทรัลเฟซติวัลไปเจอสี่แยก ผ่านไปเจอสามแยกก็ตรงไปเจออีกสี่แยกก็ตรงไป กลับรถที่ยูเทิร์นที่สอง วนรถกลับมาแอบซ้ายมือไว้ สังเกตชื่อร้านข้าวซอยป้าหอมให้ดี เพราะต้องเข้าซอยไปอีกนิดเดี๋ยวจะเลย ร้านข้าวซอยป้าหอมอยู่ใกล้ๆกับวัดแม่กวง ที่ร้านมีข้าวซอยหลายสูตรแต่ราคาเดียวหมดคือ 40 บาท ความอร่อยของที่นี่คือข้าวซอยน้ำขลุกขลิกที่เข้มข้นจัดจ้านหาตัวจับได้ยากทีเดียวโดยเฉพาะข้าวซอยกระดูกอ่อนที่เนื้อล่อนหลุดออกมาตอนคีบใส่ปาก กระดูกอ่อนที่ผ่านการต้มมาอย่างพิถีพิถันกัดกินกรุบกรับได้รสชาติดีนัก ทานหมดแล้วยังอยากทานอีก จะให้ดีก็สั่งเผื่อไว้เลย เด็ดมากจริงๆ และแนะนำว่าถ้าอยากทานอย่างเอร็ดอร่อยจริงๆก็เลี่ยงช่วงเที่ยงไว้หน่อยเพราะคนเยอะมาก ร้านข้าวซอยป้าหอมจัดร้านในบ้านไม่ได้ทำใหญ่โตที่นั่งเลยจำกัดครับ แต่ของอร่อยใครๆก็อยากไปลิ้มลองกัน หาโอกาสแวะไปชิมกันดูนะครับ

ท่องเที่ยว งานสตอเบอร์รี่สะเมิง

ท่องเที่ยว งานสตอเบอร์รี่สะเมิง

%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7-%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a3

จัดหน้าที่ว่าการอำเภอสะเมิง   จังหวัดเชียงใหม่ โดยจัดขึ้นประมาณเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี

อำเภอสะเมิงเมืองเล็กๆ ในหุบเขา  เป็นแหล่งปลูกสตอเบอร์รี่ที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่  และของประเทศไทย  เป็นสตอเบอร์รี่พันธุ์ดีและมีคุณภาพที่สุด   ทุกๆปีจะมีงานวันสตรอเบอร์รี่และของดีอำเภอสะเมิง  ทั้งงานจะมีแต่สตรอเบอร์รี่เต็มไปด้วยสตอเบอร์รี่และสตอเบอร์รี่   รวมทั้งมีกิจกรรมต่างๆจัดอยู่หน้าที่ว่าการอำเภอสะเมิง   ทางฝ่ายจัดงานจัดที่จอดรถให้อย่างสะดวกที่สนามของโรงเรียน   มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันมากมาย   ในงานมีการออกร้านจำหน่ายสตอเบอร์รี่และพืชผลทางการเกษตร   การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP กาดหมั้ว  คัวฮอม  การประกวดสตอเบอรี่และพืชผลทางการเกษตร  การแสดงนิทรรศการของส่วนราชการต่างๆ   การออกร้านมัจฉากาด  การออกร้านขายเอกชน  มีขบวนแห่งจากตำบลต่างๆทุกกระบวนถูกตกแต่งด้วยสตอเบอร์รี่   และในตอนกลางคืนมีการประกวดธิดาชนเผ่า   และการประกวดธิดาสตอเบอร์รี่  โดยผู้เข้าประกวดจะต้องเกิดที่อำเภอสะเมิง  พร้อมด้วยการแสดงโดยนักเรียนจากโรงเรียนสะเมิงพิทยาคม   การประกวดร้องเพลงลูกทุ่งและการแสดงอื่นๆอีกมากมาย  ชมฟรีตลอดงานมีผลิตภัณฑ์สารพัดชนิดจากสตอเบอรี่  จำหน่ายทั้งน้ำสตอเบอร์รี่  สตอเบอร์รี่คลุก  ของที่ระลึก  เช่น  โปสการ์ดและเสื้อยืดรูปสตอเบอรี่    หรือจะเอาต้นกล้าสตอเบอร์รี่ไปลองปลูกที่บ้านก็ได้ด้วย

สตอเบอรี่อำเภอสะเมิงปลูกมากที่สุดที่ตำบลบ่อแก้ว   โดยจะพบเห็นไร่หยุดตลอดทั้งสองข้างทาง   บางไร่เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถไปเก็บสตอเบอรี่ได้สดๆ  จากต้น  เช่นไร่  ดอยแก้ว  โทร 084 8039 905 และ  ไร่ภูผาโทร 053 378  418

หากใครได้ไปเยี่ยมชมแล้ว ก็อย่าลืมซื้อของฝากติดไม้ติดมือและถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกกันด้วยนะคะ รับรองเลยว่าทุกท่านที่มาเที่ยว ณ ที่แห่งนี้จะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะคุณจะได้สตอเบอร์รี่ที่หอม หวาน อร่อย แถมราคาก็ยังไม่แพงมากจนเกินไป และระหว่างทางที่เดินทางไปนั้นก็จะมีสวนสตอเบอร์รี่ให้ได้เลือกสรร เลือกเก็บกันอยู่มากมาย สนนราคาอยู่ที่ 300 – 400 บาทต่อคน เพื่อที่จะเข้าไปเก็บสตอเบอร์รี่กัน อีกทั้งยังมีแยมสตอเบอร์รี่ สตอเบอร์รี่อบแห้งอีกมากมายที่เป็นผลิตภัณฑ์ให้ได้เลือกนำกลับไปเป็นของฝากหรือจะซื้อไว้รับประทานเองระหว่างการเดินทางก็ไม่ว่ากัน  หากใครชอบสตอเบอร์รี่ ที่แห่งนี้แนะนำว่าคุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน ไม่เชื่อ ลองไปดูสิคะ

 

 

เปิดตัว iPhone 7 ฟังค์ชั่นครบ !! ตอนที่ 2

เราได้รู้เกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐานของเจ้าน้องใหม่ หมายเลข 7 กันไปบ้างแล้ว คราวนี้เราจะพาไปล้วงลึกถึงความสามารถของเจ้าตัวนี้กันต่อค่ะ ไปกันเลย

  • สำหรับ iPhone 7 นั้น Phil Schiller ได้กล่าวว่าสามารถกันน้ำได้ถึง 1 เมตรนาน 30 นาทีด้วยมาตรฐาน IP67 อีกทั้งยังมาพร้อมกับลำโพง Stereoใหม่บริเวณส่วนบนและล่างของเครื่อง อีกทั้งเข้าน้องใหม่นี้ มีหน้าจอถึง 7 นิ้ว และหน้าจอ 5.5 นิ้ว สำหรับ iPhone 7 Plus ซึ่งมีกล้องดิจิตอลถึง 12 ล้านPixels และแฟลชเป็น quad-LED True Tone เพื่อความคมชัดลึกของภาพ รวมทั้งระบบกันภาพสั่น มาพร้อมกับกล้อง F/1.8 บนเซ็นเซอร์
  • ด้านกล้องของน้องใหม่หมายเลข 7 นี้ยังอยู่ที่ “bokeh” ภาพถ่ายฉากหลังเบลอจนเห็นเป็นแสงสีสวยโดยก่อนหน้านี้ต้องใช้ Full-frame sensorในกล้อง DSLR เป็นเครื่องมือ แต่กล้องของ 7 Plus นี้สามารถทำได้ด้วยการแตะที่ Portrait ใน Application  ios Camera ซึ่งจะเปิดให้ผู้ใช้ iPhoneใช้งานได้ฟรีในปีนี้ผ่าน  ios
  • ด้านหน่วยการประมวลผลของ iPhone 7 คือ A10 Fusion สามารถประมวลผลได้ถึง 4 แกน ทำให้  iPhone 7 และ 7 Plus ทำงานได้ดีขึ้นถึง 40% เมื่อเทียบกับShip A9 ใน iPhone 6s และ 6s Plus
  • ในด้านของการประหยัดพลังงาน เนื่องจากมีการทำงานของ Ship A10 จึงสามารถทำงานหนักได้ แต่จะใช้พลังงานเพียง 20% เท่านั้น ข้อนี้เป็นที่โปรดปรานของหลายๆคนมากเลย
  • นอกจากสีดำระยิบระยับของเจ้าน้องใหม่ตัวนี้ ก็ยังมีสีให้เลือกอีกมากมายทั้งสีเงิน ทอง และทอง ชมพู ขณะที่ปุ่ม Home ใหม่อย่าง Force Touch ได้เพิ่มคุณสมบัติใหม่ชื่อ Taptic Engine เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกถึงความสั่นสะเทือนเมื่อกดเจ้าปุ่มนี้

สำหรับการสั่งซื้อ iPhone 7 และ 7 Plus จะเริ่มต้นตั้งแต่วันศุกร์ที่ 9 กันยายน 2016 โดยจะเริ่มจำหน่ายในวันศุกร์ที่ 16 กันยายน2016 ที่ประเทศออสเตรเลีย, ประเทศออสเตรีย, ประเทศเบลเยียม, ประเทศแคนาดา, สาธารณะรัฐประชาชนจีน, ประเทศเดนมาร์ก, ฟินแลน, ประเทศฝรั่งเศษ, ประเทศเยอรมนี, ประเทศฮ่องกง, ประเทศไอร์แลนด์,ประเทศ อิตาลี,ประเทศ ญี่ปุ่น, ประเทศลักเซมเบิร์ก,ประเทศ เม็กซิโก, ประเทศประเทศเนเธอร์แลนด์,ประเทศ นิวซีแลนด์, ประเทศนอร์เวย์, ประเทศโปรตุเกส, ประเทศเปอร์โตริโก, ประเทศสิงคโปร์,ประเทศ สเปน, ประเทศสวีเดน, ประเทศสวิตเซอร์แลนด์, ประเทศไต้หวัน, ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, สหราชอาณาจักร, หมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐอเมริกา และประเทศสหรัฐอเมริกา

สำหรับกลุ่มที่ 2 ที่จะวางจำหน่าย iPhone 7 และ 7 Plus ได้แก่ประเทศอันดอร์รา, บาห์เรน, บอสเนียเฮอร์เซโกวีนา, บัลแกเรียล, โครเอเชีย, ไซปรัส, สาธารณะรัฐเช็ก, เอสโตเนีย, กรีซ, กรีนแลน, เกิร์นซีย์, ฮังการี, ไอแลนด์, เกาะแมน, เจอร์ซีย์, คอซอวอ, คูเวต, ลัตเวีย, ลิกเตนสไตน์, ลิทัวเนีย, มัลดีฟส์, มอลตา, โมนาโก, โปแลนด์, กาตาร์, ประเทศโรมาเนีย, ประเทศรัสเซีย, ซาอุดิอาระเบีย, สโลวาเกีย และสโลวีเนีย ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 23 กันยายน 2016

เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ เห็นฟังค์ชั่น ออฟชั่นดีๆเหล่านี้ของเจ้าน้องใหม่หมายเลข 7 คงจะทำให้ iPhone 6 ในมือของหลายๆท่านสั่นกันไปเลยใช่มั้ย อย่างไรก็ตาม หากใครที่มีกำลังทรัพย์สะดวกก็สามารถไปเลือกซื้อกันได้ แต่หากใครกำลังทรัพย์ไม่สะดวกก็อย่าเพิ่งรีบร้อนเพราะกระแสนี้ยังอยู่อีกนาน รับนองไม่ตกเทร์นแน่นอนค่ะ

 

ขอขอบคุณ Apple

เปิดตัว iPhone 7 ฟังค์ชั่นครบ !! ตอนที่ 1

เมื่อคืนหลายๆคน คงตั้งหน้า ตั้งตารอกับการเปิดตัว iPhone 7 สนนราคาที่ 22,500 บาท พร้อมกับการเปิดตัว  iPhone 7 Plus ที่ราคา 26,700 บาท โดยคุณสมบัติของเจ้าน้องใหม่หมายเลข 7 นี้ เป็นไปตามที่หลายๆท่านได้คาดการณ์เอาไว้ นั่นคือ  มีระบบกล้องดิจิตอลคู่ กันน้ำ รวมทั้งช่องเสียบหูฟังที่หายไปนั่นเอง (ว้าว แจ๋วเลย)

%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-iphone-7-%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%9a-%e0%b8%95

ครั้งนี้ Apple ได้นำเสนอการดีไซน์ในรูปแบบใหม่ สีดำเงาแวววาวสุดหรูเหนือสีเดิมคือเงิน ทอง  และทองชมพู พร้อมปุ่มโฮมแบบใหม่ที่จะทำให้การใช้งาน iPhone 7 มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น สำหรับราคาขาย ซึ่งเมื่อตีเป็นเงินบาทของไทยแล้ว สนนราคาอยู่ที่ 22,500 บาท (สำหรับรุ่นความจุ 32GB) ส่วน  iPhone 7 Plus ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 769 เหรียญเมื่อเทียบกับ iPhone Phone รุ่นก่อนๆแล้วสูงกว่าเดิมด้วยความจุ ในขนาดที่เท่ากัน

สำหรับราคาสูงสุดของ iPhone 7 รุ่น 256GB คือ 849 เหรียญ หรือราว 29,500 บาทไทย ขณะที่  iPhone 7 Plus หน้าจอใหญ่กว่านั้นทะลุไปถึง 969 เหรียญ หรือราว33,600 บาท เชื่อว่าสาวก iPhone หลายคนคงต้องกระเป๋าฉีกกันเลยทีเดียว  และที่สำคัญน้องใหม่อย่าง iPhone 7 และ 7 Plus มาพร้อมกับออฟชั่น Lightning Ear Pods  ซึ่ง Apple ไม่เพียงแถมหูฟังที่ใช้ต่อผ่านพอร์ต Lightning เท่านั้น แต่ยังแถมอแดปเตอร์เพื่อให้ผู้ใช้นำไปต่อกับพอร์ต Lightning เพื่อใช้กับหูฟังดั้งเดิมแบบ 3.5 มม ได้เหมือนเดิม โดย Apple ได้ระบุว่าราคาขายของอแดปเตอร์สนนราคาที่ 9 เหรียญ โดยกำหนดการสั่งซื้อ iPhone 7 จะมีขึ้นในวันที่  9 กันยายน 2016  และจะจัดส่งจะเริ่มวันที่ 16 กันยายนนี้

Phil Schiller หัวหน้าทีมการตลาดของ Apple กล่าวว่าช่องต่อหูฟังนี้อยู่คู่กับเรามานานมากแล้ว   สำหรับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ มันจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีอย่างแน่นอน โดยเฉพาะการนำมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายใหม่มาใช้บน Ship W1 นั่นจึงเป็นที่มาว่าทำไม Apple จึงได้เปิดตัวหูฟังใหม่ที่มีชื่อว่า Apple Air Pods ซึ่งได้สนนราคาอยู่ที่ 159 เหรียญหรือราว 5,500 บาทไทยโดยการจัดจำหน่ายแยก

 พร้อมทั้งระบุว่า Ship W1 ใน Air Pod จะปิดฉากความแย่ๆในหูฟัง Bluetooth ไปได้เลย  เนื่องจากการประสานงานเชื่อมต่อกับเครื่องจะเกิดขึ้นง่ายเพียงแค่แตะครั้งเดียว อีกทั้ง ระบบยังเตรียมพร้อมทำงานทันทีเมื่อผู้ใช้นำไปแทรกที่ช่องหู ผู้ใช้แตะ 2 ครั้งที่หูฟังเพื่อเปิดการใช้งาน Siri ได้ทันใจเลยค่ะ

สำหรับ ออฟชั่นและฟังค์ชั่นของเจ้าน้องใหม่หมายเลข 7 นี้ยังไม่หมดเพียงแค่นี้เท่านั้นนะค่ะ บทความหน้าเราจะพาไปล่วงลึกลูกเล่น และความสามารถของ iPhone 7 กันต่อ บอกเลยว่าแตกต่างจากรุ่นก่อนๆและน่ามีไว้ครอบครองอย่างแน่นอน  อย่าพลาดเชียวค่ะ

4 ร้านห้ามพลาด คอคนทานอาหารญี่ปุ่น ในเชียงใหม่ คุ้มค่าราคา

ท่านที่ทานอาหารญี่ปุ่นตัวจริงทั้งหลายต้องเคยพบกับปัญหานี้มาก่อนใช่ไหมครับ นั้น คือ อาหารที่เรากินมันช่างอร่อยซะเหลือเกินมากมายแต่ก็แพงเหลือหลายจริงๆ จะสั่งมากินแบบไม่อั้นเห็นจะต้องหมดสิ้นเนื้อประดาตัวกันไปเลยใช่ไหมครับ แต่เป็นแน่แท้ วันนี้ทางเรามาบอกร้านอาหารญี่ปปุ่นจัดเต็มให้บรรดายอดนักชิมสไตล์อิ่มไม่อั้นนั้นเองครับ ใครชอบแบบไหนจัดกันได้เต็มที่ไม่มีกั๊กด้วยนะครับ  ไปตามดูกันเลยนะครับ ว่ามีร้านไหนมาดูครับกับการท่องเที่ยวเชียงใหม่

  1. Tengoku de Cuisine – อร่อยคุ้มค่าราคาเกินคุ้ม

เทนโกกุ มีความหมายว่า “สรวงสวรรค์” ดังนั้นการมาที่นี่จึงเป็นการเหมือนการมารับประทานอาหารบนสรวงสวรรค์ ด้วยเหตุผลที่ว่าการคัดเลือกวัตถุดิบเกรดพรีเมี่ยมมาจัดเสิร์ฟแบบจานต่อจาน บวกกับการบริการอย่างที่ดีจากพนักงาน จึงทำให้ทุกช่วงเวลาถูกจับจองไปด้วยลูกค้ามากหน้าหลายตาเลยทีเดียว บุฟเฟต์สาขา 1 และสาขา 2 มีให้บริการทั้งอาหารญี่ปุ่นและปิ้งย่าง พร้อมอาหารกว่า 32 ชนิด ทำสดใหม่จัดเต็มไม่ว่าจะเป็นปลาดิบ สลัดมากิ ซูชิ หรือข้าวปั้น กุ้งเทมปุระ และเกี๊ยวซ่า ฯลฯ แต่เมนูที่มาแล้วไม่ควรพลาดคือ Beef Tataki หรือเนื้อยำ และ Natsudenkaku มะเขือม่วงราดซอส ที่แม้แต่คนไม่ชอบที่จะทานมะเขือยังกินไม่หยุดห้ามใจไม่ได้ ส่วนบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างต้องทาน 2 ท่านขึ้นไปนะครับ เนื้อมีให้เลือกหลายเกรดหลากหลายราคาไม่ว่าจะเป็น New Zealand Rib Eye, Australian Wagyu, Omi A3, Liver (Beef), Bacon (Pork) Smoke, Kurobuta (Pork), Ox Tongue, Scallop เลือกแบบไม่อั้นกันลยทีเดียวครับ

สำหรับสาขาสันกำแพง เป็นสาขาน้องใหม่ที่อยู่ในท่ามกลางพื้นที่ในกลางหุบเขากว่า 30 ไร่ มีบริการเฉพาะอาหารญี่ปุ่นกว่า 30 เมนูเท่านั้น ซึ่งในรอบแรกเมื่อเราไปนั่งเขาจะให้บริการอาหารเชตแรกอยู่ 3 อย่างคือ ซาชิมิหรือปลาแซลมอลดิบ 3 ชนิด, ข้าวปั้นซูชิ 3 คำ, ตามด้วยซุปใสโบตันเอบิ จากนั้นเราก็สามารถสั่งอาหารได้ไม่อั้นไม่ว่าจะป็นซูชิ ชาชิมิ เนื้อผัดซอส รวมถึงชาบูชาบู สุกียากี้ และหม้อร้อนมิโสะนาเบะ ทั้งเนื้อและหมูให้เลือกอีกเพียบ ใครที่อยากมาทานสาขานี้ผมแนะนำให้โทรจองโต๊ะล่วงหน้าเท่านั้น และทุกสาขาไม่เสียค่าเปิดไวน์อีกด้วยนะครับ

prawn-250868_640

  1. REN JAPANESE RESTAURANT – คุณค่าที่คุณคู่ควรอย่างยิ่ง

โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ ภูมิใจนำเสนอ REN JAPANESE RESTAURANTREN ที่สุดยอดของบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่น ที่ระดับเชฟกระทะเหล็ก การันตีความเป็นเลิศรสโดย เชฟ ก้องวุฒิ ชัยวงศ์ขจร เชฟกระทะเหล็กประเทศไทยผู้พิชิตเชฟบุญธรรม ภาคโพธิ์ เจ้าแห่งเชฟอาหารญี่ปุ่นอีกด้วย โดยคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพ สดใหม่ มากกว่า 100 รายการเพื่อมาประกอบอาหารไปด้วยเมนูเด่น อาทิเช่น ปลาดิบนำเข้าจากต่างประเทศ ซูชิเนื้อวากิวและเห็ดทรัฟเฟิล สลัดเรน และรายการอาหารที่ไม่ควรพลาดอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นเทมปุระ อาหารปิ้งย่าง และปลาดิบสดใหม่ ข้าวปั้น ซุปญี่ปุ่น อุด้ง และเมื่อไม่นานมานี้ได้เพิ่มเติมในส่วนของข้าวปั้นหน้าปลาไหล หอยนางรมสดๆและ หอยเชลล์ ปูอลาสก้า กุ้งแม่น้ำย่าง รวมถึงขนมมาการอง ขนม Signature ของดาราเทวี แนะนำให้ท่านโทรจองและแจ้งชื่อไว้ก่อน เนื่องจากในแต่ละรอบมีลูกค้าจองอยู่ค่อนข้างเยอะด้วยครับ

3 โรงแรมดวงตะวัน – หยิบกันให้มันส์มือกันไปเลยที่ชั้น 2ของโรงแรม

พูดถึงบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นในโรงแรมแล้วที่มีชื่อเสียงระดับต้นๆของเชียงใหม่นั้น หนึ่งในนั้นต้องมีโรงแรมดวงตะวันนี่แหละครับ ที่เน้นความสดใหม่และความปราณีตมีเอกลักษณ์ของอาหารกว่า 50 รายการให้ท่านได้เลือก ทั้งปลาดิบจากปลาหลากหลายสายพันธุ์ บาร์บีคิวหรือ ข้าวห่อสาหร่าย ปลาหมึกยักษ์ บะหมี่เย็น ไข่ตุ๋นญี่ปุ่น ปลาแซลมอนย่างซีอิ๊ว หมูทอดทงคัทสึ ฯลฯ รวมไปถึงอาหารนานาชาติอีกหลายรายการอีกด้วย

  1. Yamato Japanese Buffet – โอ้เย! เก๋าและเจ๋งมาก

เจ้าแห่งอาหารญี่ปุ่นรุ่นเก๋าที่เปิดมานานจนใครหลายคนต่างคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีมาก เริ่มแรกร้านยามาโต้ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกหนองหอย ต่อมาก็ได้ย้ายมาโครงการ 89 พลาซ่าไม่ไกลจากพิกัดเดิมมากนัก อาหารทั้งสดและทำใหม่ครบเซ็ตมากกว่า 100 รายการ ไม่ว่าจะเป็นซูชิ ซาชิมิ ชาบู หรืออาหารทะเลเช่น กุ้ง หอย ปู ปลาและ ซุปกา ฯลฯ อีกทั้งยังมีเมนูดิบที่สามารถให้เชฟปรุงอาหารให้ได้ เอาเป็นว่าอยากกินคุ้ม เด็ด อร่อย จัดเต็ม บรรยากาศที่เย็นสบายในห้องปรับอากาศพร้อมฟรี Wi-Fi ร้านนี้ติด 1 ในรวม 4 ร้านอาหารญี่ปุ่นสุดคุ้ม!! เชียงใหม่และร้านหน้าแนะนำให้ไปนะครับ