เปิดตัว iPhone 7 ฟังค์ชั่นครบ !! ตอนที่ 2

เราได้รู้เกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐานของเจ้าน้องใหม่ หมายเลข 7 กันไปบ้างแล้ว คราวนี้เราจะพาไปล้วงลึกถึงความสามารถของเจ้าตัวนี้กันต่อค่ะ ไปกันเลย

  • สำหรับ iPhone 7 นั้น Phil Schiller ได้กล่าวว่าสามารถกันน้ำได้ถึง 1 เมตรนาน 30 นาทีด้วยมาตรฐาน IP67 อีกทั้งยังมาพร้อมกับลำโพง Stereoใหม่บริเวณส่วนบนและล่างของเครื่อง อีกทั้งเข้าน้องใหม่นี้ มีหน้าจอถึง 7 นิ้ว และหน้าจอ 5.5 นิ้ว สำหรับ iPhone 7 Plus ซึ่งมีกล้องดิจิตอลถึง 12 ล้านPixels และแฟลชเป็น quad-LED True Tone เพื่อความคมชัดลึกของภาพ รวมทั้งระบบกันภาพสั่น มาพร้อมกับกล้อง F/1.8 บนเซ็นเซอร์
  • ด้านกล้องของน้องใหม่หมายเลข 7 นี้ยังอยู่ที่ “bokeh” ภาพถ่ายฉากหลังเบลอจนเห็นเป็นแสงสีสวยโดยก่อนหน้านี้ต้องใช้ Full-frame sensorในกล้อง DSLR เป็นเครื่องมือ แต่กล้องของ 7 Plus นี้สามารถทำได้ด้วยการแตะที่ Portrait ใน Application  ios Camera ซึ่งจะเปิดให้ผู้ใช้ iPhoneใช้งานได้ฟรีในปีนี้ผ่าน  ios
  • ด้านหน่วยการประมวลผลของ iPhone 7 คือ A10 Fusion สามารถประมวลผลได้ถึง 4 แกน ทำให้  iPhone 7 และ 7 Plus ทำงานได้ดีขึ้นถึง 40% เมื่อเทียบกับShip A9 ใน iPhone 6s และ 6s Plus
  • ในด้านของการประหยัดพลังงาน เนื่องจากมีการทำงานของ Ship A10 จึงสามารถทำงานหนักได้ แต่จะใช้พลังงานเพียง 20% เท่านั้น ข้อนี้เป็นที่โปรดปรานของหลายๆคนมากเลย
  • นอกจากสีดำระยิบระยับของเจ้าน้องใหม่ตัวนี้ ก็ยังมีสีให้เลือกอีกมากมายทั้งสีเงิน ทอง และทอง ชมพู ขณะที่ปุ่ม Home ใหม่อย่าง Force Touch ได้เพิ่มคุณสมบัติใหม่ชื่อ Taptic Engine เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกถึงความสั่นสะเทือนเมื่อกดเจ้าปุ่มนี้

สำหรับการสั่งซื้อ iPhone 7 และ 7 Plus จะเริ่มต้นตั้งแต่วันศุกร์ที่ 9 กันยายน 2016 โดยจะเริ่มจำหน่ายในวันศุกร์ที่ 16 กันยายน2016 ที่ประเทศออสเตรเลีย, ประเทศออสเตรีย, ประเทศเบลเยียม, ประเทศแคนาดา, สาธารณะรัฐประชาชนจีน, ประเทศเดนมาร์ก, ฟินแลน, ประเทศฝรั่งเศษ, ประเทศเยอรมนี, ประเทศฮ่องกง, ประเทศไอร์แลนด์,ประเทศ อิตาลี,ประเทศ ญี่ปุ่น, ประเทศลักเซมเบิร์ก,ประเทศ เม็กซิโก, ประเทศประเทศเนเธอร์แลนด์,ประเทศ นิวซีแลนด์, ประเทศนอร์เวย์, ประเทศโปรตุเกส, ประเทศเปอร์โตริโก, ประเทศสิงคโปร์,ประเทศ สเปน, ประเทศสวีเดน, ประเทศสวิตเซอร์แลนด์, ประเทศไต้หวัน, ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, สหราชอาณาจักร, หมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐอเมริกา และประเทศสหรัฐอเมริกา

สำหรับกลุ่มที่ 2 ที่จะวางจำหน่าย iPhone 7 และ 7 Plus ได้แก่ประเทศอันดอร์รา, บาห์เรน, บอสเนียเฮอร์เซโกวีนา, บัลแกเรียล, โครเอเชีย, ไซปรัส, สาธารณะรัฐเช็ก, เอสโตเนีย, กรีซ, กรีนแลน, เกิร์นซีย์, ฮังการี, ไอแลนด์, เกาะแมน, เจอร์ซีย์, คอซอวอ, คูเวต, ลัตเวีย, ลิกเตนสไตน์, ลิทัวเนีย, มัลดีฟส์, มอลตา, โมนาโก, โปแลนด์, กาตาร์, ประเทศโรมาเนีย, ประเทศรัสเซีย, ซาอุดิอาระเบีย, สโลวาเกีย และสโลวีเนีย ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 23 กันยายน 2016

เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ เห็นฟังค์ชั่น ออฟชั่นดีๆเหล่านี้ของเจ้าน้องใหม่หมายเลข 7 คงจะทำให้ iPhone 6 ในมือของหลายๆท่านสั่นกันไปเลยใช่มั้ย อย่างไรก็ตาม หากใครที่มีกำลังทรัพย์สะดวกก็สามารถไปเลือกซื้อกันได้ แต่หากใครกำลังทรัพย์ไม่สะดวกก็อย่าเพิ่งรีบร้อนเพราะกระแสนี้ยังอยู่อีกนาน รับนองไม่ตกเทร์นแน่นอนค่ะ

 

ขอขอบคุณ Apple

เปิดตัว iPhone 7 ฟังค์ชั่นครบ !! ตอนที่ 1

เมื่อคืนหลายๆคน คงตั้งหน้า ตั้งตารอกับการเปิดตัว iPhone 7 สนนราคาที่ 22,500 บาท พร้อมกับการเปิดตัว  iPhone 7 Plus ที่ราคา 26,700 บาท โดยคุณสมบัติของเจ้าน้องใหม่หมายเลข 7 นี้ เป็นไปตามที่หลายๆท่านได้คาดการณ์เอาไว้ นั่นคือ  มีระบบกล้องดิจิตอลคู่ กันน้ำ รวมทั้งช่องเสียบหูฟังที่หายไปนั่นเอง (ว้าว แจ๋วเลย)

%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-iphone-7-%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%9a-%e0%b8%95

ครั้งนี้ Apple ได้นำเสนอการดีไซน์ในรูปแบบใหม่ สีดำเงาแวววาวสุดหรูเหนือสีเดิมคือเงิน ทอง  และทองชมพู พร้อมปุ่มโฮมแบบใหม่ที่จะทำให้การใช้งาน iPhone 7 มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น สำหรับราคาขาย ซึ่งเมื่อตีเป็นเงินบาทของไทยแล้ว สนนราคาอยู่ที่ 22,500 บาท (สำหรับรุ่นความจุ 32GB) ส่วน  iPhone 7 Plus ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 769 เหรียญเมื่อเทียบกับ iPhone Phone รุ่นก่อนๆแล้วสูงกว่าเดิมด้วยความจุ ในขนาดที่เท่ากัน

สำหรับราคาสูงสุดของ iPhone 7 รุ่น 256GB คือ 849 เหรียญ หรือราว 29,500 บาทไทย ขณะที่  iPhone 7 Plus หน้าจอใหญ่กว่านั้นทะลุไปถึง 969 เหรียญ หรือราว33,600 บาท เชื่อว่าสาวก iPhone หลายคนคงต้องกระเป๋าฉีกกันเลยทีเดียว  และที่สำคัญน้องใหม่อย่าง iPhone 7 และ 7 Plus มาพร้อมกับออฟชั่น Lightning Ear Pods  ซึ่ง Apple ไม่เพียงแถมหูฟังที่ใช้ต่อผ่านพอร์ต Lightning เท่านั้น แต่ยังแถมอแดปเตอร์เพื่อให้ผู้ใช้นำไปต่อกับพอร์ต Lightning เพื่อใช้กับหูฟังดั้งเดิมแบบ 3.5 มม ได้เหมือนเดิม โดย Apple ได้ระบุว่าราคาขายของอแดปเตอร์สนนราคาที่ 9 เหรียญ โดยกำหนดการสั่งซื้อ iPhone 7 จะมีขึ้นในวันที่  9 กันยายน 2016  และจะจัดส่งจะเริ่มวันที่ 16 กันยายนนี้

Phil Schiller หัวหน้าทีมการตลาดของ Apple กล่าวว่าช่องต่อหูฟังนี้อยู่คู่กับเรามานานมากแล้ว   สำหรับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ มันจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีอย่างแน่นอน โดยเฉพาะการนำมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายใหม่มาใช้บน Ship W1 นั่นจึงเป็นที่มาว่าทำไม Apple จึงได้เปิดตัวหูฟังใหม่ที่มีชื่อว่า Apple Air Pods ซึ่งได้สนนราคาอยู่ที่ 159 เหรียญหรือราว 5,500 บาทไทยโดยการจัดจำหน่ายแยก

 พร้อมทั้งระบุว่า Ship W1 ใน Air Pod จะปิดฉากความแย่ๆในหูฟัง Bluetooth ไปได้เลย  เนื่องจากการประสานงานเชื่อมต่อกับเครื่องจะเกิดขึ้นง่ายเพียงแค่แตะครั้งเดียว อีกทั้ง ระบบยังเตรียมพร้อมทำงานทันทีเมื่อผู้ใช้นำไปแทรกที่ช่องหู ผู้ใช้แตะ 2 ครั้งที่หูฟังเพื่อเปิดการใช้งาน Siri ได้ทันใจเลยค่ะ

สำหรับ ออฟชั่นและฟังค์ชั่นของเจ้าน้องใหม่หมายเลข 7 นี้ยังไม่หมดเพียงแค่นี้เท่านั้นนะค่ะ บทความหน้าเราจะพาไปล่วงลึกลูกเล่น และความสามารถของ iPhone 7 กันต่อ บอกเลยว่าแตกต่างจากรุ่นก่อนๆและน่ามีไว้ครอบครองอย่างแน่นอน  อย่าพลาดเชียวค่ะ

4 ร้านห้ามพลาด คอคนทานอาหารญี่ปุ่น ในเชียงใหม่ คุ้มค่าราคา

ท่านที่ทานอาหารญี่ปุ่นตัวจริงทั้งหลายต้องเคยพบกับปัญหานี้มาก่อนใช่ไหมครับ นั้น คือ อาหารที่เรากินมันช่างอร่อยซะเหลือเกินมากมายแต่ก็แพงเหลือหลายจริงๆ จะสั่งมากินแบบไม่อั้นเห็นจะต้องหมดสิ้นเนื้อประดาตัวกันไปเลยใช่ไหมครับ แต่เป็นแน่แท้ วันนี้ทางเรามาบอกร้านอาหารญี่ปปุ่นจัดเต็มให้บรรดายอดนักชิมสไตล์อิ่มไม่อั้นนั้นเองครับ ใครชอบแบบไหนจัดกันได้เต็มที่ไม่มีกั๊กด้วยนะครับ  ไปตามดูกันเลยนะครับ ว่ามีร้านไหนมาดูครับกับการท่องเที่ยวเชียงใหม่

  1. Tengoku de Cuisine – อร่อยคุ้มค่าราคาเกินคุ้ม

เทนโกกุ มีความหมายว่า “สรวงสวรรค์” ดังนั้นการมาที่นี่จึงเป็นการเหมือนการมารับประทานอาหารบนสรวงสวรรค์ ด้วยเหตุผลที่ว่าการคัดเลือกวัตถุดิบเกรดพรีเมี่ยมมาจัดเสิร์ฟแบบจานต่อจาน บวกกับการบริการอย่างที่ดีจากพนักงาน จึงทำให้ทุกช่วงเวลาถูกจับจองไปด้วยลูกค้ามากหน้าหลายตาเลยทีเดียว บุฟเฟต์สาขา 1 และสาขา 2 มีให้บริการทั้งอาหารญี่ปุ่นและปิ้งย่าง พร้อมอาหารกว่า 32 ชนิด ทำสดใหม่จัดเต็มไม่ว่าจะเป็นปลาดิบ สลัดมากิ ซูชิ หรือข้าวปั้น กุ้งเทมปุระ และเกี๊ยวซ่า ฯลฯ แต่เมนูที่มาแล้วไม่ควรพลาดคือ Beef Tataki หรือเนื้อยำ และ Natsudenkaku มะเขือม่วงราดซอส ที่แม้แต่คนไม่ชอบที่จะทานมะเขือยังกินไม่หยุดห้ามใจไม่ได้ ส่วนบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างต้องทาน 2 ท่านขึ้นไปนะครับ เนื้อมีให้เลือกหลายเกรดหลากหลายราคาไม่ว่าจะเป็น New Zealand Rib Eye, Australian Wagyu, Omi A3, Liver (Beef), Bacon (Pork) Smoke, Kurobuta (Pork), Ox Tongue, Scallop เลือกแบบไม่อั้นกันลยทีเดียวครับ

สำหรับสาขาสันกำแพง เป็นสาขาน้องใหม่ที่อยู่ในท่ามกลางพื้นที่ในกลางหุบเขากว่า 30 ไร่ มีบริการเฉพาะอาหารญี่ปุ่นกว่า 30 เมนูเท่านั้น ซึ่งในรอบแรกเมื่อเราไปนั่งเขาจะให้บริการอาหารเชตแรกอยู่ 3 อย่างคือ ซาชิมิหรือปลาแซลมอลดิบ 3 ชนิด, ข้าวปั้นซูชิ 3 คำ, ตามด้วยซุปใสโบตันเอบิ จากนั้นเราก็สามารถสั่งอาหารได้ไม่อั้นไม่ว่าจะป็นซูชิ ชาชิมิ เนื้อผัดซอส รวมถึงชาบูชาบู สุกียากี้ และหม้อร้อนมิโสะนาเบะ ทั้งเนื้อและหมูให้เลือกอีกเพียบ ใครที่อยากมาทานสาขานี้ผมแนะนำให้โทรจองโต๊ะล่วงหน้าเท่านั้น และทุกสาขาไม่เสียค่าเปิดไวน์อีกด้วยนะครับ

prawn-250868_640

  1. REN JAPANESE RESTAURANT – คุณค่าที่คุณคู่ควรอย่างยิ่ง

โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ ภูมิใจนำเสนอ REN JAPANESE RESTAURANTREN ที่สุดยอดของบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่น ที่ระดับเชฟกระทะเหล็ก การันตีความเป็นเลิศรสโดย เชฟ ก้องวุฒิ ชัยวงศ์ขจร เชฟกระทะเหล็กประเทศไทยผู้พิชิตเชฟบุญธรรม ภาคโพธิ์ เจ้าแห่งเชฟอาหารญี่ปุ่นอีกด้วย โดยคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพ สดใหม่ มากกว่า 100 รายการเพื่อมาประกอบอาหารไปด้วยเมนูเด่น อาทิเช่น ปลาดิบนำเข้าจากต่างประเทศ ซูชิเนื้อวากิวและเห็ดทรัฟเฟิล สลัดเรน และรายการอาหารที่ไม่ควรพลาดอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นเทมปุระ อาหารปิ้งย่าง และปลาดิบสดใหม่ ข้าวปั้น ซุปญี่ปุ่น อุด้ง และเมื่อไม่นานมานี้ได้เพิ่มเติมในส่วนของข้าวปั้นหน้าปลาไหล หอยนางรมสดๆและ หอยเชลล์ ปูอลาสก้า กุ้งแม่น้ำย่าง รวมถึงขนมมาการอง ขนม Signature ของดาราเทวี แนะนำให้ท่านโทรจองและแจ้งชื่อไว้ก่อน เนื่องจากในแต่ละรอบมีลูกค้าจองอยู่ค่อนข้างเยอะด้วยครับ

3 โรงแรมดวงตะวัน – หยิบกันให้มันส์มือกันไปเลยที่ชั้น 2ของโรงแรม

พูดถึงบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นในโรงแรมแล้วที่มีชื่อเสียงระดับต้นๆของเชียงใหม่นั้น หนึ่งในนั้นต้องมีโรงแรมดวงตะวันนี่แหละครับ ที่เน้นความสดใหม่และความปราณีตมีเอกลักษณ์ของอาหารกว่า 50 รายการให้ท่านได้เลือก ทั้งปลาดิบจากปลาหลากหลายสายพันธุ์ บาร์บีคิวหรือ ข้าวห่อสาหร่าย ปลาหมึกยักษ์ บะหมี่เย็น ไข่ตุ๋นญี่ปุ่น ปลาแซลมอนย่างซีอิ๊ว หมูทอดทงคัทสึ ฯลฯ รวมไปถึงอาหารนานาชาติอีกหลายรายการอีกด้วย

  1. Yamato Japanese Buffet – โอ้เย! เก๋าและเจ๋งมาก

เจ้าแห่งอาหารญี่ปุ่นรุ่นเก๋าที่เปิดมานานจนใครหลายคนต่างคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีมาก เริ่มแรกร้านยามาโต้ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกหนองหอย ต่อมาก็ได้ย้ายมาโครงการ 89 พลาซ่าไม่ไกลจากพิกัดเดิมมากนัก อาหารทั้งสดและทำใหม่ครบเซ็ตมากกว่า 100 รายการ ไม่ว่าจะเป็นซูชิ ซาชิมิ ชาบู หรืออาหารทะเลเช่น กุ้ง หอย ปู ปลาและ ซุปกา ฯลฯ อีกทั้งยังมีเมนูดิบที่สามารถให้เชฟปรุงอาหารให้ได้ เอาเป็นว่าอยากกินคุ้ม เด็ด อร่อย จัดเต็ม บรรยากาศที่เย็นสบายในห้องปรับอากาศพร้อมฟรี Wi-Fi ร้านนี้ติด 1 ในรวม 4 ร้านอาหารญี่ปุ่นสุดคุ้ม!! เชียงใหม่และร้านหน้าแนะนำให้ไปนะครับ