คุณสมบัติกล้องวงจรปิดที่ดี

คุณสมบัติกล้องวงจรปิดที่ดี

กล้องวงจรปิด ที่ดีควรมีคุณสมบัติ คือ

1.ให้ความคมชัดสูง ทั้งจับภาพนิ่งและจับภาพที่มีการเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูง

2.สามารถใช้งานได้ทุกสภาพแสง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญ เพราะการที่เราใช้งานกล้อง ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง แน่นอนว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลงของระดับแสงสว่างเกิดขึ้น กล้องที่ดีควรต้องใช้งานได้ดีในทุกสภาวะแสง เช่น เวลาเช้า – เย็น ควรจะได้ภาพที่คมชัด ไม่ใช่ได้ภาพที่ มืด หรือ สว่างจนเกินไป และในเวลากลางคืนก็ควรได้ภาพที่คมชัด ไม่มีอาการเบลอ

กล้องวงจรปิด

คุณสมบัติที่สำคัญของกล้อง แบ่งออกเป็น 2 อย่าง คือ

1.คุณสมบัติหลัก ได้แก่ เรื่องคุณภาพในสภาวะต่างๆ

2.คุณสมบัติรอง ได้แก่ เรื่องลูกเล่นต่างๆ

ความละเอียดของสัญญาณภาพ

ในทางเทคนิค คือ Image Resolution เรียกสั้นๆ ว่า Resolution เป็นกล้อง Analog จะบอกเป็น Horizontal TV Line อาทิ 500 TVL , 600 TVL , 700 TVL ยิ่งมีค่ามาก ยิ่งมีความละเอียดมาก ซึ่งเป็นผลดีต่อภาพที่ได้

ความละเอียดนอกจากจะบอกเป็น TV Line แล้ว ยังบอกเป็น Pixel หรือที่รู้จักกันว่าเป็น จุดของภาพ ยิ่งมีมาก หมายความว่า ภาพที่ได้จะยิ่งละเอียดมาก อาทิ 1024×768 Pixel ระดับความละเอียดของภาพที่ใช้อ้างอิงนั้นหลายระดับ

ระดับความละเอียดที่บอกเป็นจุดภาพ หรือ Pixel มีอยู่อีกมากมาย อาทิ /720i , 1080i , 720p , 1080p ซึ่งการบอกรายละเอียดของกล้องความคมชัด (Mega Pixels , Hi-Definition Camera)  ส่วนในกล้อง Analog มักให้ความละเอียดสูงที่ระดับ 4CIF หรือก็คือ 704×576 ซึ่งเราสามารถเลือกระดับความละเอียดในการบันทึกได้จาก Digital Video Recorder เพราะฉะนั้น ความคมชัดจากภาพบันทึกจึงขึ้นอยู่กับสัญญาณจากกล้อง รวมทั้ง  Digital Video Recorder

LUX หน่วยที่ใช้วัดปริมาณแสง

LUX คือ หน่วยที่ใช้วัดปริมาณแสง ( อาทิ  0.005 / 1 / 2 / 4 / 5 Lux ) โดยใน spec ของกล้อง จะระบุปริมาณแสงที่เหมาะสมกับการใช้งานเพื่อที่จะได้ภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

F-STOP เป็นคุณสมบัติตัวเลนส์ เทียบได้กับความหนาของเลนส์ ( มี F1.2 / F1.4 / F2.0 ) ถ้า F-stop น้อย แสงจึงผ่านได้ดี ( เลนส์ F1.2 เป็นเลนส์กระจก ใช้งานดี ผลิตที่ญี่ปุ่น ส่วนเลนส์ F2.0 เป็นเลนส์พลาสติก ผลิตที่เกาหลี ) ส่วนใหญ่ เลนส์ Manual Iris และเลนส์ Auto Iris จะเป็นเลนส์ดี ประเภท F1.2 กับ F1.4

ตัวอย่าง 0.5 Lux @ F1.2 หมายถึง กล้องต้องใช้ปริมาณแสง 0.5 Lux (หรือมากกว่านั้น) เมื่อใช้กับเลนส์ F1.2 เพื่อให้ได้ภาพที่ชัดเจน แน่นอนว่า หากใช้เลนส์ F2.0 ก็จะต้องการปริมาณแสงเพิ่มขึ้น ซึ่งจะต้องการแสง 2 Lux หรือ 4 Lux เลยก็ได้

ชนิด และ ขนาดอุปกรณ์รับภาพ

อุปกรณ์รับภาพของกล้องมีชื่อเรียกทางเทคนิคว่า Chip ทุกวันนี้ ที่นิยมใช้กันมี 2 อย่าง คือ

Complementary Metal Oxide Semiconductor

CCD หรือ Charge Couple Device  เป็นอุปกรณ์รับภาพที่ใช้กันมากในทุกวันนี้

ความสำคัญของขนาดเลนส์ และ ขนาดของอุปกรณ์รับภาพ

นอกจากต้องคำนึงถึงประเภทของอุปกรณ์ รับภาพ (โดยในที่นี้ใช้อุปกรณ์รับภาพก็คือ CCD) แล้ว ขนาดของอุปกรณ์รับภาพ และ ขนาดของเลนส์ ก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน เพราะหากเลือกใช้ไม่ถูกต้อง ภาพที่ได้จะผิดเพี้ยน ทั้งนี้ ขนาดของ CCD ที่ใช้กันเป็นแบบมาตรฐานและพบบ่อยคือ 1/4″ , 1/3” , 1/2” , 1” ดังนั้น เราควรเลือกเลนส์ที่เป็นแบบเดียวกัน อาทิ กล้อง 1/3  ก็ควรใช้เลนส์ 1/3  เป็นต้น ขนาดของ CHIP ยิ่งใหญ่ยิ่งดี เพราะมีพื้นที่ในการรับแสงมาก จะได้ภาพที่คมชัด ซึ่งจะมีราคาแพง โดยนาดของ CHIP แบ่งเป็น

  • 1/2” ไม่ขาย เพราะแพง, แม้ว่าขนาดของ chip จะใหญ่
  • 1/3” ใช้ชิป 1/3” แต่มุมภาพกว้างกว่าชิป 1/4”
  • 1/4” กล้องสีทั่วไป ส่วนใหญ่คือชิป 1/4”

เทคนิคการดูสี CHIP

CCD และ CMOS

ทั้ง 2 อย่าง คือเทคโนโลยีที่ใช้ในการสร้างอุปกรณ์รับภาพในกล้อง มีข้อแตกต่าง คือ CCD จะรับ แสงเข้าและค่อยๆส่งออก แตกต่างจาก CMOS ที่จะรับและส่งได้ในทันที

หลักการทำงานของ CCD จะรับแสงด้วยอุปกรณ์รับแสง และแปลงเป็นประจุ (Photon) และ จะ สะสมไว้ช่วงเวลาหนึ่ง และจะส่งต่อ โดยก่อนส่งจะมีการล้างประจุที่สะสมภายในออกก่อน จึงชื่อว่า Charge Couple และจะต้องผ่านตัวเลื่อนในแนวตั้ง Vertical Shift Register  รวมทั้ง แนวนอน Horizontal Shift Register  เพื่อส่งออกไปที่  Output Node

CMOS จะไม่ใช่การสะสมประจุ แต่เมื่อรับแสงแล้ว จะแปลงเป็นสัญญาณและส่งออกในทันที ดังนั้น Output Node ของ CMOS จึงมีหลายทางกว่า หมายถึง ประมวลผลได้เร็วกว่า แต่เรื่องความไวต่อแสจะเป็นรอง CCD  แต่ก็ประหยัดพลังงานกว่า แต่เนื่องจากข้อจำกัดของเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตเมื่อ 30 ปีที่แล้วจึงทำให้ส่วนใหญ่หันมาใช้ CCD กันมากกว่า

ประเภทของ CCD

Interline Transfer CCD

จะใช้การจัดเรียงอุปกรณ์ที่ไวต่อการตกกระทบของแสง ซึ่งจะจัดเรียงเป็นแถว แต่ละแถวก็คือ เส้นของภาพ (Fields) และข้างๆ ก็คืออุปกรณ์รับแสงจะมี Vertical Shift Register ที่มีการใช้ Interline Mask ไม่ให้แสงตกกระทบ และVertical Shift Register นี้มีหน้าที่ เพื่อส่งออกประจุที่แปลงมาจากอุปกรณ์รับแสง โดยจะส่งในแกน Y และเป้าหมายของการส่งคือ Horizontal Shift Register ซึ่งเป็นตัวรวบรวมประจุทั้งหมดและส่งออกไปที่ Output Node

1.Interlace CCD  คือ อุปกรณ์จะทำงานทีละชุด โดยแบ่งเป็น ชุดเลขคี่ และเลขคู่ ตามหลักการ สแกนภาพแบบ Interlace Scan

2.Interline Transfer CCD ส่วนที่เป็น Progressive CCD ก็มีอยู่บ้าง แต่มีข้อเสียของ CCD ประเภทนี้ คือ เนื่องจากบริเวณด้านข้างของอุปกรณ์รับแสงมีพื้นที่ไม่ไวแสง จึงได้มีวิธีการหักแสงโดยการนำอุปกรณ์พิเศษมาคลุมไว เพื่อไม่ให้แสงหักเหไปตกที่อุปกรณ์รับแสง แต่เมื่อมีการหักเหจะทำให้แสงที่ตกกระทบเกิดความเข้มมากน้อยก็ต่างกัน ภาพที่ได้ออกมาจึงมีโอกาสผิดเพี้ยนอยู่บ้างเล็กน้อย รวมไปถึงการใช้งานพื้นที่ ที่มีพื้นที่สูญเสียไปพอสมควร (Fill Factor จะไม่เท่ากับ 100%) จึงทำให้ Pixel ต่อภาพลดลง ซึ่งส่งผลเรื่องความละเอียดของภาพ ดังนั้น ในกล่อง Mega Pixel หรือกล้องความละเอียดสูงในยุคหลังจึงไม่ใช้ CCD ประเภทนี้

แต่ก็มีข้อดีก็คือ มีความเร็วในการประมวลผลค่อนข่างสูงเมื่อเทียบกับ CCD แบบอื่นจึงทำให้เหมาะกับการใช้งานที่ต้องการความเร็วในการประมวลผลที่สูงๆ

Frame Transfer เป็น CCD

ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเรื่องแสงตกกระทบบนพื้นที่ไม่ไวแสง วิธีการคือจะไม่ใช้ Vertical Shift Register อยู่ด้านข้างอุปกรณ์รับแสง มีพื้นที่สำหรับเก็บประจุ (Storage Area) ทำให้ทุกพื้นที่เป็นพื้นที่รับแสง (FillFactor = 100%) วิธีการนี้ช่วยลดผลของการตกกระทบของแสงลงบน Vertical Shift Register  และยังเพิ่ม Pixels จีงทำให้มีความละเอียดมากขึ้น โดยโครงสร้าง Frame Transfer CCD  เป็นแบบ Progressive CCD แต่มีข้อเสียคือ ทำงานจะช้ากว่า แบบ Interline และมีราคาสูง นั่นเพราะต้องเสียพื้นที่ไปเพื่อการทำ

คล้ายๆกับ Frame Transfer CCD แต่ไม่มี Storage Area สำหรับการเก็บประจุ แต่ Fill Factor = 100% เช่นกัน การทำงานช้ากว่าแบบ Frame Transfer เพราะต้องรอเวลาเพื่อให้ล้างประจุออกไปหมดก่อนจึงเริ่มทำงานรอบใหม่ เพราะไม่มี Storage Area และเพราะไม่มี Storage Area จึงทำให้ราคาถูกลงมาก

ท่องเที่ยว ณ วังเหนือ สวีตตี้

ท่องเที่ยว ณ วังเหนือ สวีตตี้

%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7-%e0%b8%93-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%aa%e0%b8%a7

วังเหนือ สวิทตี้  เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเอกชนแห่งใหม่ของอำเภอวังเหนือ จังหวัด ลำปาง ที่ต้อง สวีท ก็เพราะเปิดตัวในวันวาเลนไทน์พอดี  ที่นี่เป็นฟาร์มเลี้ยงสัตว์เลี้ยงน่ารักๆ  เป็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้สำหรับบุคคลทั่วไป  โดยเลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อการศึกษาหาความรู้ในชื่อว่า  ออกัสฟาร์ม   ภายในฟาร์มประกอบด้วยสัตว์นานาชนิดได้แก่ แกะพันธุ์เมอริโน่  กวางซิก้า  กวางลูซ่า  หมูป่า  นกยูง  ไก่งวง  ไก่ฟ้า  และกระต่ายอีกนับร้อยตัว เหมาะแก่โรงเรียนหรือผู้ปกครองหลายๆท่านที่อยากให้บุตรหลานมาสัมผัสกับธรรมชาติกันอย่างทั่วถึง และยังมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำกันอย่าใกล้ชิด ดังนั้น จึงไม่ต้องกลัวเลย ทุกพื้นที่มีความปลอดภัยและเหมาะกับการเรียนรู้ธรรมชาติและสัตว์นานาพันธุ์ที่ได้มีไว้ให้ศึกษา นอกจากบรรดาสัตว์น่ารักๆแล้ว  ในวังเหนือ สวิทตี้ยังรู้ใจคนรุ่นใหม่ด้วยการสร้างพร็อพเป็นมุมถ่ายรูปสวยๆหลากหลายมุม ซึ่งเหมาะกับหลายๆคนที่ชอบเซลฟี่อย่างมาก ภายในฟาร์มร่มรื่นด้วยทิวสนที่รายล้อมอยู่รอบสระน้ำที่เต็มไปด้วยปลาคราฟตัวตัวโตๆ ทั้งสีทอง สีส้ม สีขาหรือแม้กระทั่งสีดำ เพิ่มจุดเด่นด้วยต้นนางพญาเสือโคร่งที่พร้อมจะอวดโฉมตรูดอกสีชมพูราวเดือนมกราคม  ทางวังเหนือ สวิทตี้  มีสเต็ก  กาแฟสด  และอาหารตามสั่งบริการ รับรองว่าหากใครกำลังหิวก็มีของมากมายให้ได้ลิ้มรสกันอย่างแน่นอน

หากใครก็ตามที่อยากจะสัมผัสวิถีชีวิตแบบสบายๆ ชิวๆ ทันสมัยแล้วละก็ เราแนะนำให้มาที่นี้เลยคะ รับรองเลยว่าคุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องขอความกรุณาทุกท่านช่วยรักษาสภาพแวดล้อม ณ วังเหนือ สวีทตี๊ กันด้วย อะไรที่เป็นข้อห้าม กฎระเบียบที่ต้องปฏิบัติตามก็อย่าไปละเมิด เพราะนั้นเท่ากับว่าคุณกำลังไม่ให้เกียรติสถานที่  ยังไงก็ช่วยๆกันอนุรักษ์และรักษาสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนั้นๆ เพราะจะได้อยู่ให้เราได้ไปเที่ยวเมื่อเหนื่อยล้าและพักผ่อนให้หายชื่นใจกันไปได้อีกนานๆเลย

หันมาเที่ยวไทย จับจ่ายใช้สอย รับรองว่าในประเทศไทยยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากที่คุณยังไม่ได้ไปสัมผัส รับรองเลยว่าสวยงามตระการตาไม่แพ้ต่างประเทศแน่นอน อีกทั้งยังได้ช่วยกันอุดหนุนสินค้าของคนไทยที่ราคาก็ไม่ค่อยแพงมากเท่าต่างชาติอีกด้วย เป็นกำลังทรัพย์ที่สามารถจับจ่ายใช้สอยได้ และเมื่อไปแล้วก็อย่าลืมถ่ายรูปกลับมาอวดคนรอบข้างกันด้วยนะคะ

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไป

353 ถนนวังเหนือ – แม่ขะจาน (ใกล้โรงเรียนวังเหนือวิทยา  )  ตำบลวังเหนือ อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง  52140

โทร 0892642730 , 0812890535

เวลาเปิด – ปิด 10.00 – 18-00 น.

ค่าธรรมเนียม 40 บาท  ภายในฟาร์ม  ให้อาหารและถ่ายรูปสัตว์